เป็นจริง
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ประเมินว่า การนำ AI มาใช้ในภาคการผลิตและบริการจะช่วยเพิ่มผลิตภาพแรงงานได้สูงสุดถึง 3.8% ในระยะยาว โดยตัวเลขดังกล่าวเป็นการประเมินเชิงมหภาคที่สะท้อนศักยภาพของเทคโนโลยี AI ต่อเศรษฐกิจโดยรวม
ตามการประเมินของ IMF AI มีศักยภาพที่จะยกระดับผลิตภาพแรงงาน (labor productivity) ได้สูงสุด 3.8% ในระยะยาว ตัวเลขนี้แสดงถึงขอบเขตบน (upper bound) ของผลกระทบที่เป็นไปได้ ไม่ใช่การรับประกันว่าจะเกิดขึ้นจริงในทุกประเทศหรือทุกอุตสาหกรรม
ผลิตภาพแรงงานเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการเติบโตทางเศรษฐกิจในระยะยาว เนื่องจากสะท้อนผลผลิตต่อหน่วยแรงงาน การที่ AI เข้ามาช่วยในงานทั้งด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การผลิต และงานบริการ จึงถูกคาดว่าจะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญ
สำหรับอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของเกาหลีใต้ การประเมินดังกล่าวเป็นสัญญาณเชิงบวกต่อความต้องการฮาร์ดแวร์ที่รองรับ AI ไม่ว่าจะเป็นเซมิคอนดักเตอร์หน่วยความจำสำหรับระบบ AI โดยเฉพาะ HBM ซึ่งเป็นสนามแข่งขันหลักของ Samsung และ SK hynix ตลอดจน GPU และโครงสร้างพื้นฐานด้านข้อมูลที่เกี่ยวข้อง
ทั้งนี้ การประเมินของ IMF เป็นการมองภาพรวมระดับโลกในระยะยาว ผลกระทบต่อประเทศใดประเทศหนึ่งจะขึ้นอยู่กับระดับการนำเทคโนโลยี AI ไปใช้จริงในภาคธุรกิจ ตลอดจนการลงทุนด้านทุนมนุษย์และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลของแต่ละประเทศ
ตัวเลข 3.8% เป็นการประมาณการในระยะยาว ซึ่งยังคงมีความไม่แน่นอนในตัว เนื่องจากการแพร่กระจายของเทคโนโลยี AI เข้าสู่กระบวนการผลิตจริงยังอยู่ในช่วงต้น และอัตราการนำไปใช้จะแตกต่างกันตามอุตสาหกรรมและประเทศ
โดยสรุป การประเมินของ IMF ที่ว่า AI จะช่วยเพิ่มผลิตภาพแรงงานได้สูงสุด 3.8% ในระยะยาว ถือว่าเป็นจริง