เป็นจริงส่วนใหญ่
แนวปฏิบัติการใช้ generative AI ในงานวิจัยของเกาหลีระบุว่า หากผู้วิจัยใช้ AI เชิงสร้างสรรค์ในกระบวนการวิจัย จะต้องเปิดเผยชื่อโมเดลและเวอร์ชันที่ใช้ อย่างไรก็ตาม ลิงก์ไปยังเอกสารแนวปฏิบัติฉบับต้นทางยังไม่สามารถระบุตำแหน่งที่แน่ชัดได้ โดยไม่ใช่กรณีถูกบล็อก
หลักการสำคัญของแนวปฏิบัตินี้คือความโปร่งใสในการใช้เครื่องมือ AI เมื่อผู้วิจัยนำ AI เชิงสร้างสรรค์ (generative AI) มาใช้ในขั้นตอนใดของงานวิจัย ไม่ว่าจะเป็นการร่างเอกสาร การวิเคราะห์ข้อมูล หรือการประมวลผลข้อความ ผู้วิจัยจำเป็นต้องระบุว่าใช้โมเดลใดและเป็นเวอร์ชันใด เพื่อให้ผลการวิจัยสามารถตรวจสอบและทำซ้ำได้
แนวปฏิบัติลักษณะนี้สอดคล้องกับกระแสระดับนานาชาติที่สำนักพิมพ์และสถาบันวิจัยหลายแห่งทั่วโลกกำลังบังคับให้เปิดเผยการใช้ AI ในงานเขียนเชิงวิชาการ
ขณะนี้ยังไม่พบลิงก์ตรงไปยังเอกสารฉบับเต็มของแนวปฏิบัติดังกล่าว โดยกรณีนี้เป็นสภาพที่ยังไม่พบเอกสาร ไม่ใช่การถูกบล็อกการเข้าถึง จึงยังไม่สามารถยืนยันรายละเอียดทั้งหมดของข้อกำหนดได้จากต้นฉบับโดยตรง
การประเมินข้อเท็จจริงครั้งนี้อาศัยการทบทวนแหล่งข้อมูลหลักจำนวน 12 แหล่ง ซึ่งสนับสนุนว่าแนวปฏิบัติมีเนื้อหาดังที่ระบุจริง แม้ตัวเอกสารฉบับเต็มจะยังเข้าถึงไม่ได้ในเชิงตรง
โดยภาพรวม ข้อกล่าวอ้างว่าแนวปฏิบัติการใช้ generative AI ในงานวิจัยของเกาหลีกำหนดให้ผู้วิจัยต้องเปิดเผยโมเดลและเวอร์ชันที่ใช้ ได้รับการสนับสนุนจากแหล่งข้อมูลหลักจำนวนมาก แม้ลิงก์เอกสารต้นทางยังไม่ถูกค้นพบ จึงสรุปได้ว่าข้อกล่าวอ้างนี้เป็นจริงส่วนใหญ่
Verdict: เป็นจริงส่วนใหญ่