เป็นจริง
ศาลเกาหลีใต้ออกประกาศเตือนการรั่วไหลของข้อมูลส่วนบุคคล หลังจากที่นำคำพิพากษาคดีกบฏของอดีตประธานาธิบดียุน ซอก-ยล ซึ่งผ่านการลบข้อมูลระบุตัวตนแล้ว ไปประมวลผลด้วย AI แล้วปรากฏว่ายังสามารถระบุตัวตนของบุคคลได้
ตามข้อมูลที่ได้รับ คำพิพากษาของคดีกบฏ (내란) ที่เกี่ยวข้องกับอดีตประธานาธิบดียุนถูกนำไปประมวลผลผ่าน AI หลังจากการลบข้อมูลระบุตัวตน (anonymization) อย่างไรก็ตาม ผลลัพธ์ที่ได้กลับเปิดเผยข้อมูลที่สามารถระบุตัวตนบุคคลในคดีได้
ศาลจึงออกประกาศเรื่องการรั่วไหลดังกล่าวต่อสาธารณะ โดยยังไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติงเกี่ยวกับขอบเขตของข้อมูลที่รั่วไหลหรือจำนวนผู้ได้รับผลกระทบ
กรณีนี้แสดงให้เห็นถึงข้อจำกัดของการลบข้อมูลระบุตัวตนแบบดั้งเดิม เมื่อเผชิญกับความสามารถของ AI ที่สามารถเชื่อมโยงข้อมูลจากบริบทต่าง ๆ เพื่อระบุตัวตนได้ แม้ในเอกสารทางการที่คาดว่าปลอดภัยแล้วก็ตาม
บทบาทของ AI ในกระบวนการยุติธรรมและการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลจึงกลายเป็นประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างจริงจัง โดยเฉพาะในคดีที่มีความอ่อนไหวสูงอย่างคดีเกี่ยวกับอดีตผู้นำประเทศ
หากพิจารณาจากข้อมูลและหลักฐานที่มีอยู่ ข้อกล่าวอ้างดังกล่าวถือว่าเป็นจริง