เป็นจริงบางส่วน
ผลสำรวจที่อ้างถึงพนักงานออฟฟิศในสหรัฐฯ ระบุว่า 57% เคยแอบอ้างว่าข้อความที่ AI เขียนเป็นงานที่ตนเองเขียนเอง ขณะที่ตัวเลขอีกส่วนหนึ่งระบุอัตราการปกปิดการใช้งานอยู่ที่ 42% โดยทั้งสองตัวเลขถูกนำมารวมกันเป็นตัวชี้วัด "การใช้ AI อย่างไม่โปร่งใส" อย่างไรก็ตาม การนำตัวเลขทั้งสองมารวมกันมีจุดที่อาจสร้างความเข้าใจผิดได้
ตามข้อมูลที่ได้รับ มีการอ้างตัวเลขสำคัญสองรายการ ได้แก่ กรณี "แอบอ้างว่างานที่ AI เขียนเป็นผลงานตนเอง" ที่อยู่ในระดับ 57% และกรณี "การปกปิดการใช้งาน" (사용 은폐) ที่อยู่ในระดับ 42% โดยทั้งสองกรณีถูกจัดรวมอยู่ในตัวชี้วัดเดียวกันชื่อว่า "การใช้ AI อย่างไม่โปร่งใส" (비투명한 AI 사용)
ประเด็นที่ถูกชี้ว่าเป็นการบิดเบือนมีอยู่สองประการ ประการแรกคือการนำตัวเลข 57% และ 42% มารวมกันเป็นตัวชี้วัดเดียว ซึ่งอาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจว่าเป็นประชากรกลุ่มเดียวกันหรือสถานการณ์เดียวกัน ทั้งที่แต่ละตัวเลขอ้างอิงคำถามหรือเงื่อนไขที่ต่างกัน ประการที่สองคือหัวข้อข่าวที่นำเสนอเน้นย้ำเฉพาะตัวเลข 57% โดยตัดบริบทของตัวชี้วัดที่ถูกรวมขึ้นมาใหม่ออกไป
นอกจากนี้ ยังไม่มีการยืนยันในข้อมูลที่มีอยู่ว่าตัวเลขทั้งหมดมาจากแหล่งสำรวจใด กลุ่มตัวอย่างเป็นใคร หรือเก็บข้อมูลช่วงเวลาใด จึงควรเข้าใจว่าตัวเลขเหล่านี้ยังคงมีความไม่แน่นอนอยู่
โจทย์ข้อนี้มีสองจุดบิดเบือนหลัก ได้แก่ การรวมตัวเลข "การปกปิดการใช้งาน (42%)" เข้ากับตัวชี้วัด "การใช้ AI อย่างไม่โปร่งใส" ทำให้ข้อเท็จจริงบางส่วนยังคงยืนอยู่แต่บริบทถูกบิดเบือน ผลการตรวจสอบจึงสรุปได้ว่าข้อความนี้เป็นจริงบางส่วน