เป็นจริงส่วนใหญ่
กรณีที่มีการกล่าวอ้างว่าผู้ช่วย AI สายโทรออกของ Meta ที่เผยแพร่ในโซเชียลมีเดียนั้น แท้จริงแล้วมีพนักงานสัญญาจ้าง (계약직) อยู่เบื้องหลังการโทร ได้รับการประเมินว่าเป็นจริงส่วนใหญ่ โดยอ้างอิงจากแหล่งข้อมูลหลักทั้งหมด 12 แหล่ง แม้รายละเอียดบางส่วนของข้อกล่าวหายังไม่ได้รับการยืนยันทั้งหมด
ข้อถกเถียงเริ่มขึ้นเมื่อ Meta เปิดตัวการทดสอบบริการโทรแทนของผู้ช่วย AI ซึ่งใช้ชื่อว่า 'Muse' โดยการสาธิตให้ความ impression ว่า AI สามารถโทรศัพท์แทนผู้ใช้เพื่อทำธุรกรรมต่าง ๆ ได้ด้วยตนเอง อย่างไรก็ตาม จากนั้นมีการตั้งคำถามว่าเสียงที่ปลายสายซึ่งดูเหมือน AI นั้น แท้จริงแล้วอาจเป็นเสียงของคนที่ทำงานอยู่เบื้องหลัง
ส่วนที่ได้รับการสนับสนุนจากหลักฐานคือ มีการจ้างบุคคลภายนอกในลักษณะสัญญาจ้างเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการโทรของบริการนี้จริง ซึ่งขัดกับภาพการตลาดที่นำเสนอว่าเป็น AI ล้วน ๆ
อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการชี้ชัดว่าการโทรทั้งหมดมีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง หรือมีเพียงบางส่วนของกระบวนการทดสอบเท่านั้น รวมถึงขอบเขตการมีส่วนร่วมของพนักงานสัญญาจ้างในแต่ละสายก็ยังไม่เป็นที่ยืนยัน ทั้งนี้ Meta ได้ระบุว่าการทดสอบครั้งนี้เป็นเพียงขั้นทดลอง (pilot) ของเทคโนโลยี AI Agent
กรณีนี้จุดประเด็นว่าด้วยความโปร่งใสในการทดสอบเทคโนโลยี AI โดยเฉพาะเมื่อการสื่อสารกับบุคคลภายนอกอาจทำให้ฝ่ายรับสายเข้าใจผิดว่ากำลังพูดคุยกับระบบอัตโนมัติ คำถามที่ตามมาคือผู้รับสายควรได้รับแจ้งอย่างชัดเจนว่าอีกฝ่ายเป็น AI หรือมนุษย์ ซึ่งเป็นข้อถกเถียงที่เกิดขึ้นทั่วไปในวงการผู้ช่วย AI สายโทรออก
ข้อกล่าวหาว่าการโทรของผู้ช่วย AI ของ Meta มีพนักงานสัญญาจ้างอยู่เบื้องหลังนั้น มีพื้นฐานความจริงรองรับเป็นหลัก แม้รายละเอียดของขอบเขตการมีส่วนร่วมยังไม่ชัดเจนทั้งหมด จึงสรุปได้ว่าประเด็นนี้เป็นจริงส่วนใหญ่