เป็นจริงส่วนใหญ่
บริษัทต่าง ๆ ในสหรัฐฯ กำลังหันมาใช้โมเดล AI แบบเปิด (open AI models) มากขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายในการนำ AI ไปใช้งาน แทนที่จะพึ่งพาโมเดลเฉพาะของผู้ให้บริการรายใหญ่รายเดียว โดยแนวโน้มนี้สะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนที่เพิ่มขึ้นจากการลงทุน AI ในช่วงหลัง
การใช้โมเดลแบบเปิดช่วยให้บริษัทปรับตัวได้มากขึ้นในการจัดการค่าใช้จ่ายด้าน AI โดยเฉพาะการเลือกใช้โมเดลที่เหมาะสมกับงานแต่ละประเภท แทนการจ่ายค่าบริการโมเดลเชิงพาณิชย์แบบครอบคลุมทั้งหมด นอกจากนี้ยังลดการพึ่งพาผู้ให้บริการรายเดียว (vendor lock-in) ซึ่งเป็นปัจจัยที่บริษัทหลายแห่งให้ความสำคัญเมื่อวางแผนกลยุทธ์ AI ระยะยาว
การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นในบริบทที่อุตสาหกรรม AI มีทั้งโมเดลแบบปิดจากผู้ให้บริการรายใหญ่ และโมเดลแบบเปิดที่พัฒนาโดยหลากหลายฝ่าย ซึ่งบริษัทสามารถนำไปปรับใช้ในระบบของตนเองได้ ทำให้เกิดทางเลือกในการสร้างสมดุลระหว่างประสิทธิภาพ ต้นทุน และความยืดหยุ่นในการปรับใช้ อย่างไรก็ตาม ขอบเขตและอัตราความเร็วของการเปลี่ยนแปลงนี้ในแต่ละอุตสาหกรรมยังมีความแตกต่างกันออกไป
แนวโน้มดังกล่าวอาจส่งผลต่อรูปแบบรายได้ของผู้ให้บริการโมเดล AI เชิงพาณิชย์ ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้บริษัทที่พัฒนาโมเดลแบบเปิดเติบโตในส่วนของลูกค้าองค์กร สำหรับภาคฮาร์ดแวร์อย่าง GPU ที่จำเป็นต่อการรันโมเดลในระบบของบริษัทเอง ความต้องการยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามต่อไป
โดยรวมแล้ว การที่บริษัทอเมริกันเลือกใช้โมเดล AI แบบเปิดเพื่อลดต้นทุนนั้น ถือว่าเป็นจริงส่วนใหญ่