เป็นจริงส่วนใหญ่
กรณีของทนายความเกาหลีใต้ชาวหนึ่งที่ถูกผู้พิพากษาเตือนอย่างเอาจริงเพราะใช้ AI ตั้งเป็นคำเสนอแนะทางกฎหมาย โดยคดีนี้ถูกตั้งเป็นกรณีศึกษาของวงกฎหมายเกาหลีใต้ หลังจากหน่วยงานระบุว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นจริงส่วนใหญ่ กรณีนี้สะท้อนแนวโน้มของการเปิดใช้ LLM (โมเดลภาษาขนาดใหญ่) ในงานอาชีพต่าง ๆ ไม่ใช่เฉพาะอุตสาหกรรมเทคโนโลยีและเซมิคอนดักเตอร์เท่านั้น
ทนายความที่ผ่านงานมาแล้ว 27 ปี กล่าวว่า ตนใช้ AI เพื่อช่วยเสนอแนะทางกฎหมายให้กับลูกความ โดยเฉพาะการใช้แบบจำลองที่ตั้งบนฐานข้อมูลและการเรียนรู้ของเครื่อง แต่การกระทำดังกล่าวถูกผู้พิพากษาของศาลเตือนอย่างจริงจัง เนื่องจากงานของทนายความต้องอาศัยความรับผิดชอบสูง ต้องอาศัยความคิดเห็นและการตัดสินใจที่แม่นยำ ไม่สามารถพึ่งเทคโนโลยี AI ได้อย่างเดียว
กรณีนี้กลายเป็นกรณีศึกษาที่ถูกพูดถึงอย่างมากในวงกฎหมายเกาหลีใต้ เนื่องจาก AI ได้กลายเป็นเครื่องมือที่ถูกใช้อย่างแพร่หลาย ตั้งแต่การทำงานในสำนักงานทนายความ ไปจนถึงการวิจัยและพัฒนา AI ในบริษัทเทคโนโลยีรายใหญ่อย่าง Samsung Electronics และ SK hynix หน่วยงานภาครัฐ เช่น Ministry of Science and ICT ก็ได้ติดตามแนวโน้มการใช้ AI ในงานอาชีพต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด
แม้ว่า AI จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานได้มาก แต่กรณีนี้ชี้ให้เห็นข้อจำกัดของเทคโนโลยีดังกล่าว โดยเฉพาะเมื่อนำมาใช้ในงานที่ต้องอาศัยความรับผิดชอบสูงและการตัดสินใจที่แม่นยำ การตั้งเป็นกรณีศึกษาของวงกฎหมายนี้จะเป็นตัวอย่างให้กับบุคคลในสายอาชีพต่าง ๆ ที่กำลังพิจารณานำ AI มาใช้ในการทำงาน
กรณีทนายความ 27 ปีที่ถูกผู้พิพากษาเตือนอย่างเอาจริงจากการใช้ AI นี้ หน่วยงานได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงจากแหล่งข้อมูลหลักจำนวน 12 แหล่ง และสรุปคำตัดสินของการตรวจสอบข้อเท็จจริงว่า เป็นจริงส่วนใหญ่