เป็นจริงส่วนใหญ่
การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของอุตสาหกรรม AI ทำให้ความต้องการพลังงานไฟฟ้าเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะจากศูนย์ข้อมูล (data center) ที่ใช้ประมวลผลงาน AI จำนวนมาก ในสถานการณ์ดังกล่าว จีนได้เร่งลงทุนในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นใหม่เพื่อรองรับความต้องการพลังงานที่เพิ่มขึ้นนี้
การแพร่หลายของโมเดลภาษาขนาดใหญ่ (LLM) และบริการ AI ต่าง ๆ ทำให้การใช้ไฟฟ้าของศูนย์ข้อมูลเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่อง การฝึก (training) และการให้บริการ (inference) โมเดล AI ต้องใช้พลังงานจำนวนมาก จนกลายเป็นปัจจัยกดดันต่อระบบจ่ายไฟฟ้าของประเทศที่เป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมนี้ ทำให้แหล่งพลังงานที่เสถียรและปล่อยคาร์บอนต่ำอย่างพลังงานนิวเคลียร์กลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง
ฝั่งจีนได้เทเงินลงทุนอย่างจริงจังเข้าไปในโครงการโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นใหม่ เพื่อเสริมกำลังผลิตไฟฟ้าให้เพียงพอกับความต้องการที่พุ่งสูง โดยรัฐบาลจีนให้ความสำคัญกับพลังงานนิวเคลียร์ในฐานะเสาหลักด้านพลังงานควบคู่กับพลังงานหมุนเวียน เพื่อรองรับทั้งอุตสาหกรรม AI และเป้าหมายด้านการลดการปล่อยคาร์บอนของประเทศ
แนวโน้มดังกล่าวสะท้อนว่าการแข่งขันด้าน AI ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงชิปเซมิคอนดักเตอร์และเทคโนโลยี แต่ขยายไปถึงโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานด้วย อย่างไรก็ตาม รายละเอียดเชิงตัวเลขของการลงทุนบางส่วนยังคงต้องติดตามความชัดเจนในเชิงการยืนยันเพิ่มเติม
โดยรวมแล้ว ข้อเท็จจริงหลักเรื่องความต้องการไฟฟ้าจาก AI ที่พุ่งสูงและการที่จีนลงทุนอย่างหนักในโรงไฟฟ้านิวเคลียร์รุ่นใหม่สอดคล้องกับข้อมูลที่มีอยู่ จึงถือว่าเป็นจริงส่วนใหญ่